เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปฟังสัมมนาเรื่อง

วรรณคดีอิเหนา : มรดกไทย มรดกร่วมในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เราได้รับรู้

ทัศนคติใหม่ๆเกี่ยวกับอิเหนา ที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เคยได้รับรู้จากห้องเรียนในอดีต

อิเหนา ที่เคยรู้จักว่าเป็นวรรณคดีไทย จึงไม่ได้มีข้อมูลเพียงด้านเดียวอีกต่อไป

เมื่อเราได้รู้ว่า พม่า ลาว และเขมร ก็ได้รับอิทธิพลอเหนาที่ต่างวาระไปจากกรุงศรีอยุธยา

และเรื่องราวของอิเหนาเดินทางมาสู่กรุงศรีอยุธยาได้อย่างไร

            อิเหนา อีนู หรือ อีเนา มาจากวรรณกรรมชวา เรื่อง เจอรีตา ปันฌี (Cerita Panji)

นักวิชาการสาขาวรรณกรรมชวาคาดว่า เรื่องราวนี่นาจะถือกำเนิดขึ้นหลังจาก

อาณาจักร มัชปาหิต ราวค.ศ.1293-1520 (พ.ศ.1836-2063)

และในช่วงเวลาที่มีการติดต่อค้าขายระหว่างชวากับลังกาสุกะ ทำให้เรื่องราวของ

เจอรีตา ปันฌี นี้เริ่มเข้ามาสู่แผ่นดินมลายู และเข้าสู่ราชสำนักกรุงศรีอยุธยาในที่สุด

เรื่องราวอิเหนาได้เริ่มเผยแพร่ในราชสำนักกรุงศรีฯผ่านทาง พระพี่เลี้ยงชาวมลายู

หรือบ้างก็ว่า เรื่องราวนี้มากับคณะการแสดงมะโย่งจากนครปาตานี เข้ามาในสมัย

ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (สมัยอยุธยาตอนปลาย) หรือบ้างก็ว่า

ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวอิเหนาเป็นเชลยจากนครปาตานี ซึ่งข้อนี้มีข้อถกเถียงโต้แย้งว่า

ไม่น่าใช่เชลย เพราะสมัยอยุธยานั้น นครปาตานีไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอยุธยาในขณะนั้น

แต่อาณาจักรทั้งสองมีความสัมพันธ์เชิงการค้ากันเสียมากกว่า จึงน่าจะให้น้ำหนัก

ไปทางผู้เผยแพร่ที่เป็นพระพี่เลี้ยง หรือนางรำซึ่งมาจากการแลกเปลี่ยนทางการทูตมากกว่าเชลยศึก

 

เรื่องราวของ ระเด่น อีนู (อิเหนา) ได้ถ่ายทอดสู่เจ้าหญิงสองพระองค์แห่ง

แผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และอิเหนาก็ได้ถือกำเนิดเป็นวรรณกรรมกรุงศรีอยุธยา

ถึง 2 เวอร์ชั่น คือ อิเหนาเล็ก และอิเหนาใหญ่ (ดาหลัง) เกิดเป็นละครในที่นิยม

ในกลุ่มสาวๆในราชสำนัก (ถ้าเทียบแล้ว คงป๊อปไม่แพ้ละครเกาหลีเลยทีเดียว) 

ภายหลังอาณาจักรอยุธยาล่มสลายพ่ายแก่พม่า ชนชั้นสูงจากอยุธยาที่ถูกกวาดต้อน

ไปยังอาณาจักรพม่าก็ได้นำละครในอิเหนาไปเผยแพร่ต่อยังราชสำนักพม่าอีกทอดหนึ่ง

 อิเหนาเวอร์ชั่นพม่าจึงมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับอิทธิพลจากกรุงศรีอยุธยาโดยตรง 

ในขณะที่เวลาล่วงเลยเข้าสู่ยุคของกรุงรัตนโกสินทร์ อิเหนาเวอร์ชั่นอยุธยามีความชำรุดมาก

เนื้อความไม่ครบ จึงได้รับการพระราชนิพนธ์เพิ่มเติมตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่1

จวบจนเสร็จสมบูรณ์เป็นฉบับรัชกาลที่ 2 ที่คนไทยรู้จัก และเป็นฉบับที่เผยแพร่

ในยุคปัจจุบันมากที่สุด และเวอร์ชั่นนี้เอง ที่เผยแพร่ไปสู่เพื่อนบ้าน เช่นลาวและเขมร

ในยุคต่อมา ซึ่งในบางเนื้อเรื่องนั้นมีการพัฒนาบทและแตกเป็นเหตุการณ์ย่อย

ๆที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละทัศนะที่มีต่อเรื่องอิเหนา

 การเดินทางของตัวละคร ระเด่น อีนู มาสู่ อิเหนา ไปยังอินดาวุดในพม่า

ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในเรื่องไปจากทางชวามากมาย ตามแต่รสนิยม

ของพื้นที่ที่เรื่องราวอิเหนาเดินทางไปถึง จึงเป็นการบ่งบอกถึงความนิยม

ในวรรณกรรมเรื่องนี้ และได้เห็นถึงการเติบโตแตกกิ่งก้าน

ของเรื่องราวอิเหนาในผืนแผ่นดินอุษาคเนย์

(ภาพลายรดน้ำ เรื่องอิเหนา เป็นลับแลส่วนพระองค์ของเจ้าหญิงองค์หนึ่งซึ่งเป็นพระราชนัดดาในรัชกาลที่ 3

ทรงชื่นชอบเรื่องอิเหนามาก)

สังเกตได้ว่าวรรณกรรมอิเหนา สามารถครองใจสาวน้อยสาวใหญ่ในราชสำนักได้ดี

ยิ่งกว่าวรรณกรรมเรื่องใด อาจเป็นเพราะความเข้าถึงจิตใจ การให้ความสำคัญ

กับความรู้สึกหญิงสาวและความรู้สำนึกของชายหมุ่ม ในเรื่องราวของอิเหนา

มีมากกว่าวรรณกรรมเรื่องอื่นที่มักให้ความสำคัญด้านการรบในมุมมองผู้ชาย

ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ปกครองเพียงด้านเดียว จึงทำให้อิเหนาสามารถคงอยู่

ในพื้นที่เล็กๆในใจผู้หญิงได้อย่างแข็งแกร่ง บนพื้นฐานของการให้ความสำคัญ

ของความรัก มากกว่าการแสวงหาอำนาจ อีกทั้งยังช่วยปลอบประโลมใจ

ต่อเติมความหวังให้กับผู้หญิงที่ขาดอิสระทางความรักในยุคโบราณอันมืดมน

 

ในฐานะนักเขียนการ์ตูนที่ได้รับรู้เรื่องราวของอิเหนาที่มีการเดินทาง

อันยาวนานนี้ ทำให้เราได้รู้ว่าผู้คนยังคงต้องการ ความฝัน ความหวัง และความรัก

จากวรรณกรรมทุกยุคทุกสมัย แม้มันจะเปลี่ยนรูปร่างไปจาก เรื่องเล่า สมุดข่อย

กระดานชนวน เข้าสู่สิ่งพิมพ์ หรือแม้แต่ Ipad แต่ทั้งหมดล้วนมีจุดประสงค์เดียวกัน

คือ มอบความสุขให้กับผู้อ่าน ผู้ชม และแฝงแง่คิดต่างๆอยู่เสมอ

น่าเสียดายที่การศึกษาไทยให้ความสำคัญเกี่ยวกับอิเหนาเพียงด้านฉันทลักษณ์

มากกว่าด้านประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างลึกซึ้ง จึงทำให้อิเหนาการเป็นเพียง

บทเรียนท่องจำเอาไว้สอบเลื่อนชั้น โดยลืมเลือนความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่

และสิ่งน่าสนใจด้านอื่นๆของวรรณคดีเรื่องนี้

หลังจากนี้หากมีคนทัศนะแคบ เรียกร้องความเป็นไทยแท้จากศิลปะใดๆ

ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน หรือนิยาย เราขอเรียนเชิญเขาผู้นั้นไปนั่งศึกษา

เส้นทางการเดินทางของวรรณกรรมอิเหนาให้ดีเสียก่อน เพราะอิเหนา

จะตอบทุกสิ่งอย่าง ที่สงสัยเกี่ยวกับความเป็นไทย และไม่มีอะไรสำคัญ

ไปกว่าความรัก ที่ทุกชนชาติย่อมรับรู้และเข้าใจได้

 

ขอบคุณงานสัมมนาและนักวิชาการทุกท่านที่ได้มาให้ข้อมูล และแง่คิดดีๆ เกี่ยวกับอิเหนา ^ ^

 

Comment

Comment:

Tweet

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง cry

#7 By augueaugue on 2013-05-03 11:47

ครองใจเราด้วย

#6 By のぞみ on 2013-03-14 11:33

อิเหนา จริงๆเเล้วYมาก#ผิด<<<นอกเรื่อง
ปล.งานสวยมากเลยจ้า

#5 By meceron on 2013-03-07 18:24

งานวาดสวยมากเลยครับ ผมชอบการลงสีมากเลยHot!

#4 By stamp on 2013-03-01 21:01

ชอบรูปวาดอิเหนามากๆเลย สวยค่ะ
ชอบอิเหนามากเหมือนกัน ถ้าเราเป็นสาวสมัยนั้นคงกรี๊ดไม่แพ้กันเลย ฮ่าๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ cry Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By ++Holy Rose++ on 2013-03-01 15:21

ชอบรูปวาดอิเหนามากๆเลย สวยค่ะ
ชอบอิเหนามากเหมือนกัน ถ้าเราเป็นสาวสมัยนั้นคงกรี๊ดไม่แพ้กันเลย ฮ่าๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ cry Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By ++Holy Rose++ on 2013-03-01 15:21

ความเป็นคนไทยแท้จริง คือ การเลือกและปรับสิ่งที่ได้รับมา ผสมกับที่ตนมีอยู่ ในสัดส่วนตามที่ต้องจริตของคนไทย แปลว่า เรามักไม่นิยมรับอะไรมาแบบเดิม ๆ (เราจะมาปรับเอาตามที่เราชอบ) กลายเป็นของไทยในที่สุด
อย่างอาหารการกินเอง ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้นครับ
แกงกะหรี่ไทย กับแกงกะหรี่อินเดีย ถึงต่างกันลิบโลก เช่นนี้แล ไม่แน่ว่า อิเหนาเวอร์ชั่นไทย จะต่างจากวรรณกรรมชวาต้นแบบอย่างคาดไม่ถึงเลยก็ได้
:)
Hot! Hot!

#1 By aaax on 2013-03-01 14:42