Photo

เมื่อ 2 ปีที่เเล้ว วงการการ์ตูนไทยได้สูญเสีย
บุคคลสำคัญแห่งวงการไปในวันพฤหัสที่ 27 พ.ค.2553
 
อาจารย์พูดเสมอว่าอยากให้วงการการ์ตูนไทย
เติบโตได้เทียบเท่าประเทศที่พัฒนาเเล้ว
เพียงแต่ในยุคสมัยของอาจารย์เต็มไปด้วยอุปสรรคที่หนักหนา
ไม่ว่าจะเป็นความเห็นแก่ตัวของข้าราชการ
หรือความไม่ซื่อสัตย์ของผู้ที่จะลงทุนทำการ์ตูน
 
แต่การ์ตูนไทยของอาจารย์ก็สามารถเบ่งบานขึ้นมา
ในสภาวะที่แสนโหดร้ายของยุคสมัยเช่นนั้นได้
จนทั่วโลกรู้จักชื่อของชายผู้นี้ดี ปยุต เงากระจ่าง
ผู้สามารถปลูกดอกไม้แห่งความฝัน
บนผืนดินแห่งความแห้งเเล้งความฝันนี้ได้
 
ต้นไม้ที่ชื่อว่าการ์ตูนไทย เติบโต ลงรากมั่นคง
แม้นต้นยังเล็กกว่าญี่ปุ่นหรือ อเมริกา แต่มันพร้อมเเล้ว
ที่จะผงาดรับเเสงตะวัน และออกดอกผลด้วยตัวเอง
วันนี้อาจารย์จากโลกนี้ไปแล้ว แต่อาจารย์คงกำลังมอง
ต้นไม้ต้นนี้เจริญเติบโตอยู่ที่ไหนสักแห่ง
 
พวกเราสัญญาว่าจะดูแลต้นไม้การ์ตูนไทยต้นนี้ต่อไปอย่างสุดความสามารถ
 
 
 
 
 
ด้วยความรักและเคารพ อาจารย์ของพวกเรา
 
อินกับทราย

[pic]ดาบไทยในบ้านฉัน

posted on 20 Feb 2011 15:16 by insine  in Photo
เพิ่งจะได้มีโอกาสถ่ายภาพดาบต่างๆ
เก็บเป็นข้อมูลจากหลายแหล่ง
ที่เรารวบรวมไว้บางส่วน
เท่าที่กำลังฐานะจะพอสู้ไหว (แพงไปก็สู้ไม่ได้ ^ ^")
เพราะเท่าที่ผ่านมาคนไทยได้ทอดทิ้งสิ่งเหล่านี้
กลายเป็นของไร้ค่า ส่วนเกิน บ้างก็อ้างว่าไม่เป็นมงคล
จนนานวันเข้าก็กลายเป็นความงมงายและ
ดาบเหล่านี้กถูกลืมเลือนหายไปกับกาลเวลาอย่างน่าเป็นห่วง
ทุกวันนี้เมื่อเราพูดถึงดาบด้วยภาษาไทย เราจะพบดาบคาตานะ
มากเสียยิ่งกว่าดาบไทยอย่างไม่น่าเชื่อ
ซ้ำร้ายกว่านั้นดาบไทยชนิดต่างที่แฝงวิถีชีวิต
และศิลปะชั้นสูงของเชื้อชาติเรากลับไปพบอยู่
ในมือของนักสะสมชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนมาก
ก็ทำไงได้ เราไม่สนใจเอง
สุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็เลยไปตกอยู่ในมือของพวกเขา
ทั้งนี้การเก็บข้อมูลของพวกเรา คงจะเป็นส่วนเล็กๆ
ในอีกหลายๆกลุ่มที่ช่วยกัน พยายามอนุรักษ์
และลบทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับดาบ
อยากให้คนไทยได้เห็นว่า หากครั้งอดีตบรรพบุรุษของเรา
ไม่มีเจ้าแท่งเหล็กตีคมเหล่านี้ ความเป็นคนไทย
อาจจะไม่มีตัวตนอยู่ให้เห็นเหมือนทุกวันนี้ก็เป็นได้
หากแม้นหมดภาระเวลาของพวกเขาเเล้ว
เราก็ควรจะให้ความเคารพ ดูเเลรักษา
ให้พวกเขาได้อยู่อย่างสงบ โดยไม่ชำรุดพุพังไปกว่านี้
ดาบต่างๆที่เก็บไว้แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมต่างๆที่เข้ามาปะปนกันในผืนแผ่นดินแห่งนี้
คาตานะที่มีด้ามถักแบบไทยเล่มนี้คงจะเป็นคำตอบที่ดีเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมในท้องที่
ถอดออกเพื่อเช็คสภาพ เพราะกลัวสนิมจะกินกั้นดาบ
เมื่อประกอบเข้าที่ ก็พบว่า มีความยาวกว่าคาตานะทั่วไปเล็กน้อย
ดาบปลายตัดเว้า ที่พี่คนขายบอกว่าได้มาจากทางเหนือ เป็นดาบที่ได้มาเป็นเล่มเเรกๆ
ตอนเเรกพี่คนขายเข้าใจว่าเป็นดาบที่หัก แต่พอสังเกตดูเเล้วถึงเข้าใจว่าเป็นทรงปลายตัดเว้า
ส่วนปลายดาบทำเป็นร่องยาวจรดโคนดาบ และตั้งคมจนสุดใบ
ดาบปลายบัว จากวัฒนธรรมฝั่งตะวันออก ที่คนขายบอกว่าได้มาจากเขตริมเเม่น้ำโขง จ.หนองคาย
ตัวด้ามทำเป็นเงินหุ้มเนื้อไม้งิ้วดำ ทำเป็นทรงด้ามพริก ซึ่งพบบ่อยทางฝั่งโน้น
สันดาบตีขึ้นมุม เเข็งเเรงดี
ส่วนปลายที่ตามตำราเรียกว่าปลายบัว มีการตั้งคมสองด้าน
วางเทียบขนาดกัน เล่มบน เป็นดาบหน้าปลาหลด แบบอยุธยา
(ส่วนด้ามชำรุด เลยได้มาในราคาไม่โหดนัก)
วัฒนธรรมของดาบแสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
ของชนชาติในเขตสุวรรณภูมิ(แลกเปลี่ยนกันอย่างดุเดือดเลยทีเดียว)
ที่มีพัฒนาการต่างๆ แม้จะเป็นเรื่องของการต่อสู้ รบพุ่ง
เเต่สุดท้ายก็แฝงไว้ด้วยศิลปะ ภูมิปัญญาเเละจบลงด้วยความสงบ
ในฐานะที่เป็นนักเขียนการ์ตูนเเละภาพประกอบกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง
เราจึงอยากจะศึกษาเเละเรียนรู้ข้อมูลให้มากขึ้นในเรื่องราวของวัฒนธรรม
หากมีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกันและ
มีข้อมูลเเนะนำอะไรเพิ่มเติมพวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่ง
และหวังว่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยอนุรักษ์
เก็บรักษาดาบพร้อมข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป
หลังจากที่ทำงานเสร็จไปส่วนหนึ่ง
ก็ออกยืดเส้นยืดสาย พักผ่อนตามประสา
ก็เลยตกลงกันว่าจะไปดูและเก็บข้อมูลงานรัตนโกสินทร์
ทั้งงานจิตรกรรมเเละประติมากรรม ที่ยังหลงเหลือให้เห็นกัน
วัดโพธิ์และวัดแจ้ง เป็นแหล่งข้อมูลอย่างดีสำหรับคนที่สนใจ
และให้คำตอบเป็นอย่างดี เพราะงานยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง
ไปจากเดิมมากนัก(แม้นปัจจุบันจะเสียหายไปก็เเยะ)
ยังพอให้เราได้ดมกลิ่นของงานเก่าที่มีส่วนผสมระหว่าง
งานช่างไทยกรุงเก่า ช่างมอญ ช่างจีนหรือแม้เเต่ช่างฝรั่ง
ที่เข้ามารวม ผสมผสานกันสร้างผลงานออกมา
ได้อย่างอลังการให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้เห็น
(ยักษ์วัดโพธิ์ตัวจริง อยู่หน้าหอไตรจตุรมุข มีอยู่ 4 ตน)
(มีการทำกรอบเป็นตู้ป้องกันการสึกกร่อน)
(งานช่างจีนนำเข้า ฮิตมากในสมัย รัชกาลที่3)
(นู้ด เพื่อการศึกษา กับอนาโตมี่ไทยในวัดโพธิ์)
(รูปสตรีในยุคนั้น กับเครื่องเเต่งกายตามสมัยนิยม)
(เซ็กซี่มาก)
(จิตรกรรมเรื่องสามก๊ก ในสวนมิสกวัน ที่เสียหายไปมาก)
(ข้ามฝั่งมาเยี่ยมยักษ์วัดแจ้ง)
(พระเอกคนนี้เคยเเสดงหนังคู่กับจัมโบ้เอมาเเล้ว)
(ยักษ์แบกบนพระปรางค์ที่วัดเเจ้งเช่นกัน)
(ชามกระเบื้องราชวงเหม็ง บนสถาปัตยกรรมอยุธยาบนแผ่นดินรัตนโกสินทร์)
(พระปรางค์วัดอรุณ[วัดเเจ้ง] เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก)
(จิตรกรรมไทยกลิ่นอายช่างมอญ บนบานประตูที่วัดแจ้ง)
(งานเทศกาลตรุษจีนในวัดอรุณ)
หลายคนมักเถียงกันเรื่องความเป็นไทย
ไม่ว่าจะเรื่องการ์ตูนไทย ภาษาไทยหรือชาติพันธุ์ของคนไทย
เราน่าจะถอยออกมาจากปัญหาดังกล่าวเเล้วค่อยย้อนกลับไปดูถึงความ
กลมกลืนของศิลปะที่มันผสมสผานกันจึงจะออกมาเป็นชิ้นงาน
ความเป็นไทยไม่ได้อยู่ที่เพียงว่าเป็น ทวารวดี
สุโขทัย หรืออยุธยาเพียงอย่างเดียวแต่หมายถึง
ทั้งหมดรวมกัน ขาดอันใดอันหนึ่งไปไม่ได้
งานศิลปะรัตนโกสินทร์คงเป็นคำตอบที่ดีอีกคำตอบหนึ่ง
สำหรับพัฒนาการของวัฒนธรรมที่งดงาม
ไม่มีจีน ไม่มีมอญ ไม่มีฝรั่ง เพราะทั้งหมด
ถูกรวมกันบนงานศิลปะชิ้นเดียวอย่างถูกจังหวะจะโคน 
หวังว่าวันหนึ่งการ์ตูนไทยจะผ่านพ้นปัญหาที่ถกกันไม่จบเรื่องของลายเส้น
เพราะจะไม่มีคำว่า ลายเส้นไทย ลายเส้นญี่ปุ่นหรือ หรือลายเส้นอเมริกัน
เพราะมันจะเป็นเพียงเเค่หนึ่งในพัฒนาการของศิลปะการเล่าเรื่องทีเรียกว่าการ์ตูนไทย